หลักในการตกแต่งบ้าน

การตกแต่งบ้าน มีหลักใหญ่ๆ อยู่ 2 วิธี คือ
วิธีที่ 1 ตกแต่งโดยการสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมดโดย ไม่มีการนำเอาของเก่าเข้ามาปะปนเลย วิธีนี้จะต้องมีการ
เตรียมการวางแผนต่างๆ เอาไว้ล่วงหน้าเพื่อให้รูปแบบที่ออก มามีความสวยงามกลมกลืนกับการออกแบบ
ของตัวบ้าน
วิธีที่ 2 ตกแต่งโดยวิธีการปรับปรุงของเดิมที่มีอยู่ อาจจะทำโดยเพิ่มสิ่งต่างๆ เข้าไปเพื่อให้เกิดบรรยากาศ
ใหม่ๆ หรือจะตัดทอนส่วนที่ไม่จำเป็นและเกะกะออก เพื่อให้เกิดประโยชน์การใช้สอยใหม่ก็ได้

จะซ้อมแต่งเรือนหอก็ต้องเรียนรู้เบสิคก่อนนะคะ
1.เริ่มต้นที่สไตล์การตกแต่ง คุณชอบแบบไหนก่อน เช่น
-แบบโมเดิร์นทันสมัยที่เน้นเส้นสายรูปทรงเรขาคณิต วัสดุเรียบง่าย รายละเอียดน้อยแต่ดูเท่ร์
-แบบคอนเทมโพลารี่หรือแบบโมเดิร์นคอนเทมโพลารี่(ผสมกันสองแบบ) ออกย้อนยุคนิดๆ วัสดุเป็นพวก
ดูแล้วอบอุ่นเช่นโซฟาผ้า ตู้หรือโต๊ะมีลายสไตล์ฝรั่งนิดหน่อย
-แบบคลาสสิค เช่นสไตล์ฝรั่งเศส พวกเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ทั้งหลาย
-ตกแต่งแนวArt-deco เฟอร์นิเจอร์เจ็บๆสีแสบๆ
-สไตล์อื่นๆ

คงต้องหาซื้อหนังสือสไตล์การตกแต่งเหล่านี้มาศึกษาดูค่ะ เมื่อรู้สไตล์ที่ชอบแล้วก็ต้องเรียนรู้จากหนังสือ
หรือในอินเตอร์เน็ตว่าสไตล์ที่เราชอบ เขาตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบไหน โทนสีที่นิยมแบบไหน รวมถึง
วัสดุประกอบอื่นๆเช่นโคมไฟ พรม หมอนอิง ดวงไฟต่างๆ รูปภาพติดผนัง ของที่ใช้ตั้งโชว์ต่างๆ ต้อง
แมทช์กันและไปด้วยกันได้ดี ถึงจะเรียกว่าตกแต่งได้ถูกต้องตามหลักการ แต่หากต้องการตามใจเราบ้างนิดๆ
หน่อย ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ พยายามอย่าหลุดคอนเซ็ปต์มากค่ะ เดี๋ยวจะตีกัน ดูแล้วตลกและรกค่ะ

2.ขั้นต่อมาเรียนรู้เรื่องโทนสี ตามหลักทั่วไปเขาจะใช้สีหลัก 60%
สีรอง 30%
สีเด่นอีก 10%
ในแต่ละห้องค่ะ เช่นชอบสีขาว ก็ใช้สีขาว60% สีรองคือสีโทนใกล้เคียงกัน เช่นฟ้า เขียว ครีม เบส เลือกมา
สีหนึ่งใช้ 30% และเน้นสีเด่นเช่นแดง ส้ม ดำ หรือสีที่มันตัดกันมองดูเด่นออกมา 10% ค่ะ
สีเด่นอาจทำได้โดยการทาสีผนังบางส่วนให้เด่นออกมา หรือใช้เฟอร์นิเจอร์บางตัวเลือกให้เป็นสีเด่น หรือใช้
พวกของตกแต่งเช่น หมอนอิง พรม ของตกแต่งประกอบอื่นๆก็ได้เหมือนกันค่ะ หากชอบโทนสีเดียวกัน
หมด คุณก็เล่นระดับไล่สีกันไปเช่น ครีม เบส น้ำตาลทองตามสัดส่วนข้างต้นก็ได้เหมือนกันค่ะ หรือจะเล่น
โทนเดียวค่อยไล่ระดับสี ดูแล้วไม่ต่างกันมากเรียกว่าตกแต่งแบบโทนสีเดียว(Monotone) ก็ได้อีกเหมือนกันค่ะ

3.สเก็ตแบบร่างหรือแบบแปลนคร่าวๆ
เมื่อเรียนรู้เรื่องรูปแแบบ โทนสี เฟอร์นิเจอร์ ได้ทั้งหมดแล้ว ก็ลองสเก็ตแบบแปลนง่ายๆ โดยวัดขนาดห้อง
มาใช้ตลับเมตรหรือสายวัดๆเอาค่ะ และลองใส่เฟอร์นิเจอร์ที่เราต้องการลงไปในแบบโดยกะสัดส่วนขนาดให้
ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด ใช้สเกล1:100 หรือ 1:200 ก็ได้ค่ะ การร่างแบบแปลนจะช่วยให้เรารู้ว่าจะวาง
อะไรตรงไหน เว้นทางเดินได้พอดีไม่แคบเกินไปและทำให้เรารู้ว่าควรจะตกแต่งของจริงอย่างไรได้ง่ายขึ้นค่ะ
ถ้ามีสีอาจลองลงสีดู และหากเขียนภาพทัศนียภาพหรือPerspectiveเป็นก็ลองสเก็ตแต่ละมุมคร่าวๆดู
ลองลงสีดูง่ายๆ จะได้รู้ว่าของจริงจะออกมาเป็นอย่างไร จะได้แก้ไขให้ถูกใจก่อนไปซื้อหาอุปกรณ์เฟอร์
นิเจอร์มาตกแต่งจริงค่ะ ขั้นตอนนี้ถ้าทำไม่เป็นก็ไม่เป็นไรค่ะ ผ่านไปได้เลย อาศัยจินตนาการจากในสมองเอา
เลยค่ะ แต่อย่างน้อยต้องมีแปลนนิดหน่อยนะคะ

4.จดรายการของและวัสดุที่จะใช้
จะใช้อะไร ลิสต์รายการของที่จะซื้อเพิ่มเติม จดรูปแบบคร่าวๆเช่นโคมไฟสีแดง ม่านผ้าสีเบส สีทาบ้านสีอะไร
พรมสีอะไร หมอนอิง รูปภาพแนวไหน แบบนี้เป็นต้นค่ะ แล้วไปหาซื้อมาจะได้ไม่ขาดตกบกพร่องค่ะ

5.ลงมือจัดบ้านได้เลย ถ้าจะปลี่ยนสีห้องบางจุดก็ทาสีให้เสร็จก่อน จัดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆก่อน
ตามด้วยม่าน พรม โคมไฟ ของตกแต่งเล็กๆน้อยๆ พอจัดเสร็จก็ลองยืนมองดูว่าถูกใจใช่เลยหรือยัง
ย้ายนิดหน่อยให้เหมาะสมถูกใจ แค่นี้ก็ได้ห้องสวยไว้อวดใครๆแล้วค่ะ

วันนี้ เราจะมาดูวิธีการตกแต่งห้องของคุณให้น่าอยู่ด้วยวิธีการง่ายๆ ที่คุณก็ทำเองได้ในวันว่าง ตามมาเลยครับ เริ่มจากห้องนอนก่อนละกันครับ

การ จัดแสง มีบทบาทอย่างมาก ในการตกแต่งห้อง ถ้าต้องการห้องนอนที่เต็มไปด้วย บรรยากาศยามเช้า ที่กระปรี้กระเปร่า ก็ต้องเปิดหน้าต่าง ด้านที่แดดยามเช้า สามารถสาดส่องเข้ามาได้ แล้วปิดไว้ด้วยม่าน 2 ชั้นที่เป็นทั้งม่านทึบ และโปร่งแสง สามารถเปิดออกได้เพื่อปล่อยให้แสงยามเช้า สาดเข้ามาได้ แต่วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ตกแต่งภายใน ควรมีสีและพื้นผิว ที่ทนทานต่อแสงแดด แต่ถ้าต้องการ บรรยากาศที่โรแมนติก เหมือนอยู่ในยาม ค่ำคืนตลอดเวลา ก็ต้องปิดกั้นให้แสงธรรมชาติ เข้ามาในห้องได้น้อยที่สุด

การตกแต่งห้องนอน
บาง คนชอบที่จะตกแต่งห้องนอนโดยการเน้น ที่จุดเด่นของห้องให้อยู่ที่เตียง ดังนั้นจึงมีการเลือกแบบ และตำแหน่งของเตียงเป็นพิเศษ เตียงมีด้วยกัน หลายลักษณะ เช่น เตียงที่มีสี่เสา เตียงเหล็กหล่อ แบบเก่า เตียงแบบโบราณ เตียงทองเหลืองเตียงไม้ และเตียงไม้แกะสลัก เป็นต้น การเพิ่มสีสันให้กับเตียง ด้วยการตกแต่ง โดยใช้ผ้าโทนสีนุ่มนวลละมุนตา มาทำเป็นหมอนอิง ผ้าคลุมเตียง และม่าน ซึ่งผ้าที่ใช้นั้น อาจจะมีลวดลายที่เหมือนกัน หรือจะเป็นลวดลาย ที่เข้ากันได้

นอก จากนั้นอุปกรณ์อย่างอื่นยังสามารถช่วย ให้การจัดห้องนอนดูสมบูรณ์ขึ้นได้ คือ พรมปูหน้าเตียง ภาพตั้งบนโต๊ะข้างเคียง โคมไฟซึ่งมีทั้งแบบตั้ง และแบบแขวนที่สามารถปรับแสงได้ เป็นต้น
แต่ถ้าใครไม่ต้องการตกแต่งโดยให้เตียงนอน สะดุดตา ก็สามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น การกั้นบริเวณ ที่วางเตียง โดยใช้เฟอร์นิเจอร์ หรือผนังเตี้ยๆ หรือจะเลือกใช้เตียงแบบเรียบๆ ที่มีขนาดเล็ก และสามารถพับเก็บได้ วิธีเก็บของที่ง่ายที่สุด คือ การทำชั้นวางของ ห้องนอนที่มีลักษณะแคบและยาว ควรสร้างชั้นวางของ ไว้ที่ปลายด้านหนึ่ง ของห้องด้านล่างจัดเป็นโต๊ะทำงาน มีลิ้นชัก สิ่งของที่วางบนชั้น ควรจะเป็นส่วนหนึ่ง ของการจัด ตกแต่งห้องด้วย

นอกจากการทำชั้นวางของแล้ว เตียงนอนก็เป็นจุดหนึ่ง ที่เราควรจะนำมาพิจารณา เนื่องจากใต้เตียง อาจจะมีเนื้อที่ ใช้เก็บของได้ โดยทำลิ้นชักติดเข้าไป ใต้เตียง และควรเจาะรูระบายอากาศ เอาไว้ด้วย หรืออาจจะทำได้ อย่างง่ายๆ โดยการวางกล่องที่ติดล้อ ให้เลื่อนได้ง่าย สำหรับเสียง 2 ชั้นที่ใช้ในวัยเด็กนั้น ควรเลือกซื้อ แบบที่มีระบบ ไม่ติดถาวรตายตัว เพราะจะได้ดัดแปลง เป็นเตียงเดี่ยวได้ และใช้พื้นที่ ใต้เตียง เป็นที่เก็บของ ได้ในตัว

แหล่งที่มา :  http://forums.212cafe.com/siam/board-11/topic-1.html

Tags: ,

บทความที่เกี่ยวข้อง

Tags: ,

MaDigg  MonoJung  VoteJung  SiamSocialBookmark  SiamDigg  Digg in Thai  Voyage  FollowADD  ThaiSB  ThaiZad  Techkr  DiggSa  DoogDigg  DukeDig  NungLub  KraDigg  
GoodDigg  socialbookmark in Thai  

Leave a Reply