7 กรกฎาคม 2009
อุปสรรคสำคัญต่อโปรเจ็กต์แต่งบ้านสวยด้วยตัวเอง หรือเมื่อคิดจะลงมือจัดระเบียบใหม่ให้กับบ้าน มักมาจากการลังเลไม่แน่ใจที่จะต้องเจาะติดสิ่งประดับต่างๆ บนกำแพงบ้าน หรือเฟอร์นิเจอร์ ให้เกิดอาการด่างพร้อย กลัวติดแล้วไม่ถูกใจ ไม่ดี ไม่อยากทิ้งร่องรอยประวัติศาสตร์ให้ช้ำใจ
ปัจจุบันมีนวัตกรรมเทปสองหน้าชนิดที่ติดแล้วดึงออกได้แบบไร้ร่องรอยบนพื้นผิวช่วยให้ไอเดียจัดบ้านของคุณเป็นจริงง่ายขึ้น ลองทำตามคำแนะนำในคอลัมน์ “Tip Box No.12″ ในหนังสือ “Innovation” Out of the Box “กลเม็ด เคล็บลับนวัตกรรม” ของบริษัท 3 เอ็ม ประเทศไทย จำกัด ดูก็ได้
เติมสีสันให้ครัวคุณ
เติมสีสันสดใสในห้องครัวได้อย่างง่ายดายเพียงนำตะขอดีไซน์เก๋ติดเรียงกันให้เป็นระเบียบ แล้วนำผ้าขนหนูในห้องครัวหลากสีสันมาแขวนเรียงกัน เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ห้องครัวธรรมดาดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที หรือจะติดภาพผลงานศิลปะสร้างสรรค์โดยลูกๆ หรือตัวคุณ ปฏิทิน ไม่ว่าจะที่บานตู้ครัว ตู้เย็น หรืออาจหาตะขอขนาดกลางและใหญ่มาติดเพื่อแขวนอุปกรณ์ครัว ตะหลิว ทัพพี แทนการติดตั้งราวแขวนซึ่งยุ่งยากและราคาแพง
จัดระเบียบสายไฟ
สารพัดสายไฟ ไม่ว่าโทรทัศน์ ดีวีดี เครื่องเสียง โทรศัพท์ โคมไฟ คอมพิวเตอร์ สายต่อ มักถูกทิ้งพันกันรุงรังอยู่ตามหลังตู้ ชั้นวาง อันกลายเป็นซอกเก็บฝุ่นที่มักทำความสะอาดไม่ทั่วถึง อีกทั้งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ลองมองหาอุปกรณ์ประเภทคลิปยึดสายไฟติดผนัง โดยนำคลิปดังกล่าวมาร้อยสายไฟให้เป็นเส้นติดเข้ากับฝาผนังหลังตู้ หรือชั้นวางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นระเบียบ
เพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้บ้าน
ไม่ว่าจะเป็นด้านในบานตู้เสื้อผ้าตู้ครัว หรือหลังประตูห้องนอน ห้องน้ำ ในลิ้นชัก คุณอาจหาตะขอแขวนโดยเลือกขนาดให้เหมาะสมกับการรับน้ำหนักที่ต้องการใช้งานมาติด เช่น ติดด้านในตู้เสื้อผ้าเพื่อแขวนเข็มขัด กระเป๋า เนกไท หมวก ทำที่แขวนกุญแจ ในลิ้นชัก ฝาในตู้หรือข้างตู้เย็น เพื่อให้หยิบง่ายขึ้น หรือจะติดตะขอสักอันหลังประตูหรือหน้าตู้เสื้อผ้าเพื่อแขวนชุดทำงานที่เตรียมไว้สำหรับวันพรุ่งนี้
แหล่งที่มาข้อมูล : คอลัมน์ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
Tags: บ้าน
Posted in Home & Decor | No Comments »
7 กรกฎาคม 2009
วิธีการทำความสะอาดอุปกรณ์ทำครัวง่ายๆ
อุปกรณ์ทำความแต่ละแบบจะมีลักษณะและวิธีการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น
วิธีการทำความสะอาดย่อมไม่เหมือนกันด้วย อย่างกระทะที่ทำจากวัสดุที่เป็นเหล็ก เรา
ต้องดูแลรักษาให้ดี อย่าให้สนิมขึ้น เพราะเวลาที่เราผัดหรือทอดอาหารทำให้เกิดคราบ
อาหารและคราบน้ำมันติดอยู่ การทำความสะอาดจึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เช่น คราบ
ไหม้ที่ติดอยู่ในกระทะ ก็จะใช้วิธีเร่งไฟให้แรงจัดไปที่กระทะ เพื่อให้คราบสีดำหลุดออก
ไป
ส่วนคำแนะนำเรื่องอุปกรณ์ทำความสะอาดโดยทั่วไป ที่สำคัญคือ น้ำยาทำความ
สะอาดเครื่องครัว ควรนำอุปกรณ์ต่างๆ มาแช่ลงในน้ำยาก่อนล้าง เนื่องจากน้ำยาทำ
ความสะอาดจะมีคุณสมบัติในการขจัดคราบไขมันต่างๆ โดยการนำอุปกรณ์มาแช่น้ำ
ยา หรือแช่น้ำยาที่ผสมกับน้ำอุ่น จะช่วยให้คราบสกปรกที่ฝังแน่นหลุดออกง่าย หรือนำ
เครื่องครัวบางประเภทไปต้มในน้ำร้อนเพื่อให้คราบสกปรกหลุดง่ายยิ่งขึ้น
การดูแลรักษาสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ
การดูแลรักษาทำความสะอาดสุขภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็น โถส้วมอ่างล้างมือ และอุปกรณ์สุข
ภัณฑ์ต่างๆ ให้สะอาดถือเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อสุขอนามัยของทุกคนในครอบครัว เพราะ
สุขภัณฑ์ต่างๆ เหล่านี้ เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ จะเกิดปัญหาในการทำความสะอาดในภายหลัง
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาส้วมอุดตัน-เต็มเร็ว,ปัญหาน้ำซึมขอบอ่างอาบน้ำ ทำให้เกิดน้ำท่วม
ขัง หรือปัญหารอยขีดข่วนบนพื้นผิวสุขภัณฑ์ซึ่งทำจาก PVC
อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นอุปกรณ์ที่ทำความสะอาดยาก ดังนั้นทางที่ดีที่สุดในการ
ทำความสะอาด คือ การใช้อุปกรณ์อย่างถูกสุขลักษณะ เช่น ไม่เทน้ำสบู่หรือผงซักฟอก
ลงไปในสุขภัณฑ์ เพราะจะไปฆ่าแบคทีเรียซึ่งเป็นตัวทำลายสิ่งปฏิกูล ทำให้สิ่งปฏิกูลไม่
สลายตัว และค้างจับแน่นอยู่ในโถสุขภัณฑ์ เกิดการอุดตัน ดังนั้น จึงควรหลีกเหลี่ยงการ
นำวัสดุดังกล่าวทิ้งลงไปในสุขภัณฑ์
อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สุขภัณฑ์เกิดการอุดตัน และทำความสะอาดยากนั้นคือ สารเคมีที่
มีไขมันสูง น้ำมันพืช หรือเส้นผม ที่ทำให้สุขภัณฑ์โดยเฉพาะอ่างล้างหน้า อ่างล้างมือ
เกิดการอุดตันสกปรกและทำความสะอาดยากเพราะไขมันเป็นตัวจับยึดสิ่งสกปรก ถ้า
สุขภัณฑ์มีไขมันจับเกาะ การทำความสะอาดที่ดีที่สุด คือ หมุนคอห่านน้ำทิ้ง นำออกมา
ล้างทุกๆ 1-3 เดือน
หากพบปัญหาน้ำซึมขอบอ่างอาบน้ำ วิธีที่จะแก้ปัญหาได้คือ ใช้ปูนซีเมนต์ขาวยารอบ
แนวขอบอ่าง หรือใช้ยางซิลิโคนอุดรอบแนวขอบที่รั่วซึม เช่นเดียวกับปัญหารอยขีดข่วน
ที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวสุขภัณฑ์ที่ทำจากไฟเบอร์กลาสหรือที่เราเรียกว่า PVC ควรหลีกเลี่ยง
การทำความสะอาดสุขภัณฑ์ประเภทนั้นๆ ด้วยแปรงลวดหรือใยลวด แล้วหันมาใช้ฟอง
น้ำทำความสะอาดแทน เพียงแค่นี้การทำความสะอาดสุขภัณฑ์ภายในบ้านก็จะกลาย
เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ในเวลาอันรวดเร็ว
จากความรู้คู่บ้าน www.home.co.th
Tags: ครัว
Posted in Home & Decor | No Comments »
7 กรกฎาคม 2009






สิ่งนี้คือ ห้องทำงานที่มีขนาดเล็ก ออกแบบออกมาแบบนี้ ทำให้เวลาเราทำงาน ได้มีเวลาใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น
การประกอบวัสดุอุปกรณ์ได้ไม่ยาก สวยงาม กะทัดรัด เหมาะสำหรับคนที่โดนแฟนไล่ให้ไปนั่งทำงานที่อื่น ในยามที่เธอรำคาญ ^^
แต่เราคิดว่า จะทำไงให้อากาศหมุนเวียน ในเมื่อห้องมันเล็กนิดเดียว
ใครสนใจอยากเป็นเจ้าของ เชิญไปเว็บเจ้าของสิ่งนี้ได้ที่ http://www.officepod.co.uk/
http://meetjoeblog.net/2009/04/16/the-officepod-work-from-home/
Tags: office, บ้าน, สำนักงาน, แปลก
Posted in Home & Decor | No Comments »
7 กรกฎาคม 2009
นอกจากเรื่องผ้าม่าน วอลล์เปเปอร์แล้ว สีห้องก็สำคัญเช่นกัน
1.ห้องนั่งเล่น (Living Room)
สำหรับห้องนี้สามารถเล่นกับสีได้ทุกโทน ทั้งสีโทนอ่อน โทนกลาง และโทนสีเข้ม เป็น
การสร้างบรรยากาศให้กับการพักผ่อนของครอบครัว เช่น อาจจะเลือกใช้สีโทนกลางทา
เพดาน และเลือกใช้สีโทนเข้มสำหรับผนังของห้อง ส่วนเฉดสีที่เลือกใช้ควรเลือกใช้เฉดสี
ดูโปร่ง สบายตา ไม่ร้อนแรงมาก เช่น สีครีม สีเขียวอ่อน สีชมพูอ่อน เป็นต้น
2.ห้องรับประทานอาหาร (Dinning Room)
ควรเลือกใช้สีอุ่นโทนกลาง โดยเลือกใช้เฉดสีที่ดูสะอาด สบายตา เพราะจะช่วยเพิ่ม
บรรยากาศ และกระตุ้นให้ รับประทานอาหารได้มากขึ้น เช่น สีชมพู สีส้มอ่อนๆ เป็นต้น
3.ห้องน้ำ (Bath Room)
สำหรับห้องน้ำความสะดวกสบายและประโยชน์ใช้สอยต้องมาก่อนความสวยงาม ควร
เลือกใช้เฉดสีที่ให้ความรู้สึกสดชื่น สะอาด สบายตา เช่น สีฟ้าน้ำทะเล สีน้ำเงินอมเขียว
เป็นต้น
4.ห้องนอน (Bed Room)
มีหลายสีที่เหมาะสำหรับห้องนอน สีขาวยังเป็นสีมาแรงด้วยความสะอาด สบายตา
หรูหรา และโรแมนติก ในขณะที่สีเหลือง จะช่วยให้ห้องสดชื่น ส่วนผู้ที่ชอบนอนดึก ตื่น
สาย จะเหมาะกับโทนสีเข้มที่ให้บรรยากาศอบอุ่น แต่หลักๆ แล้วในห้องนอนควรเลือก
ใช้เฉดสีที่สบายๆ สงบ ไม่ร้อนแรง เพราะเป็นห้องที่ไว้ใช้พักผ่อน เช่น สีฟ้าอ่อนๆ สีครีม
เป็นต้น
ในกรณีห้องนอนเด็ก อาจเลือกใช้เฉดสีที่สดใส มีชีวิตชีวา เพื่อเพิ่มความรู้สึกที่ร่าเริงแก่
เด็ก เช่น สีเหลืองสด หรือสีแดง เป็นต้น
เลือกใช้โทนสีสร้างความรู้สึกให้แต่ละห้อง
การใช้สี เข้ามาใช้ในงานตกแต่งเพื่อสร้างบรรยากาศให้กับแต่ละห้องภายในบ้าน แต่ละ
สีก็จะให้อารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างๆ ดังนี้
ให้ความรู้สึกสดชื่น (FRESH) เป็นกลุ่มสี Pastel อ่อนๆ หรือสีที่สว่างสดให้
ความรู้สึก สดชื่นเบิกบานใจ มีชีวิตชีวา สะอาดสบายตาสดใสร่าเริง เช่น สีฟ้าน้ำทะเล
สีโทนเขียว เป็นต้น
ให้ความรู้สึกอบอุ่น (WARM) เป็นกลุ่มสีที่ไม่เข้มมาก แต่มีส่วนผสมของสี
ดำหรือสีเหลือง ให้ความรู้สึก อบอุ่น เป็นกันเอง สงบ ผ่อนคลาย สบายๆ ปลอดภัย เช่น
สีน้ำตาล สีอิฐ เป็นต้น
ให้ความรู้สึกอ่อนหวาน (SWEET) เป็นกลุ่มสีโทนนุ่มๆ หวานๆ ให้ความ
รู้สึก อ่อนหวานสดใส นุ่มนวลชวนฝัน น่าทนุถนอม และโรแมนติก เช่น สีชมพู สีส้มอ่อน
สีเหลือง สีครีม เป็นต้น
ให้ความรู้สึกเร้าใจ (ENERGETIC) เป็นกลุ่มสีที่มีความเข้มและสดมาก ให้
ความรู้สึก เร้าอารมณ์ ตื่นตาตื่นใจ กระฉับกระเฉง สนุกสนาน กระตือรือร้น เช่น สีแดง
สด สีน้ำเงิน สีเหลือง สีส้ม เป็นต้น
source: ความรู้คู่บ้าน home.co.th
ขอบคุณที่แวะมา
สวัสดี
Tags: ตกแต่ง, บ้าน, สี, ห้อง
Posted in Home & Decor | No Comments »
7 กรกฎาคม 2009
การตกแต่งบ้าน มีหลักใหญ่ๆ อยู่ 2 วิธี คือ
วิธีที่ 1 ตกแต่งโดยการสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมดโดย ไม่มีการนำเอาของเก่าเข้ามาปะปนเลย วิธีนี้จะต้องมีการ
เตรียมการวางแผนต่างๆ เอาไว้ล่วงหน้าเพื่อให้รูปแบบที่ออก มามีความสวยงามกลมกลืนกับการออกแบบ
ของตัวบ้าน
วิธีที่ 2 ตกแต่งโดยวิธีการปรับปรุงของเดิมที่มีอยู่ อาจจะทำโดยเพิ่มสิ่งต่างๆ เข้าไปเพื่อให้เกิดบรรยากาศ
ใหม่ๆ หรือจะตัดทอนส่วนที่ไม่จำเป็นและเกะกะออก เพื่อให้เกิดประโยชน์การใช้สอยใหม่ก็ได้

จะซ้อมแต่งเรือนหอก็ต้องเรียนรู้เบสิคก่อนนะคะ
1.เริ่มต้นที่สไตล์การตกแต่ง คุณชอบแบบไหนก่อน เช่น
-แบบโมเดิร์นทันสมัยที่เน้นเส้นสายรูปทรงเรขาคณิต วัสดุเรียบง่าย รายละเอียดน้อยแต่ดูเท่ร์
-แบบคอนเทมโพลารี่หรือแบบโมเดิร์นคอนเทมโพลารี่(ผสมกันสองแบบ) ออกย้อนยุคนิดๆ วัสดุเป็นพวก
ดูแล้วอบอุ่นเช่นโซฟาผ้า ตู้หรือโต๊ะมีลายสไตล์ฝรั่งนิดหน่อย
-แบบคลาสสิค เช่นสไตล์ฝรั่งเศส พวกเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ทั้งหลาย
-ตกแต่งแนวArt-deco เฟอร์นิเจอร์เจ็บๆสีแสบๆ
-สไตล์อื่นๆ
คงต้องหาซื้อหนังสือสไตล์การตกแต่งเหล่านี้มาศึกษาดูค่ะ เมื่อรู้สไตล์ที่ชอบแล้วก็ต้องเรียนรู้จากหนังสือ
หรือในอินเตอร์เน็ตว่าสไตล์ที่เราชอบ เขาตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบไหน โทนสีที่นิยมแบบไหน รวมถึง
วัสดุประกอบอื่นๆเช่นโคมไฟ พรม หมอนอิง ดวงไฟต่างๆ รูปภาพติดผนัง ของที่ใช้ตั้งโชว์ต่างๆ ต้อง
แมทช์กันและไปด้วยกันได้ดี ถึงจะเรียกว่าตกแต่งได้ถูกต้องตามหลักการ แต่หากต้องการตามใจเราบ้างนิดๆ
หน่อย ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ พยายามอย่าหลุดคอนเซ็ปต์มากค่ะ เดี๋ยวจะตีกัน ดูแล้วตลกและรกค่ะ

2.ขั้นต่อมาเรียนรู้เรื่องโทนสี ตามหลักทั่วไปเขาจะใช้สีหลัก 60%
สีรอง 30%
สีเด่นอีก 10%
ในแต่ละห้องค่ะ เช่นชอบสีขาว ก็ใช้สีขาว60% สีรองคือสีโทนใกล้เคียงกัน เช่นฟ้า เขียว ครีม เบส เลือกมา
สีหนึ่งใช้ 30% และเน้นสีเด่นเช่นแดง ส้ม ดำ หรือสีที่มันตัดกันมองดูเด่นออกมา 10% ค่ะ
สีเด่นอาจทำได้โดยการทาสีผนังบางส่วนให้เด่นออกมา หรือใช้เฟอร์นิเจอร์บางตัวเลือกให้เป็นสีเด่น หรือใช้
พวกของตกแต่งเช่น หมอนอิง พรม ของตกแต่งประกอบอื่นๆก็ได้เหมือนกันค่ะ หากชอบโทนสีเดียวกัน
หมด คุณก็เล่นระดับไล่สีกันไปเช่น ครีม เบส น้ำตาลทองตามสัดส่วนข้างต้นก็ได้เหมือนกันค่ะ หรือจะเล่น
โทนเดียวค่อยไล่ระดับสี ดูแล้วไม่ต่างกันมากเรียกว่าตกแต่งแบบโทนสีเดียว(Monotone) ก็ได้อีกเหมือนกันค่ะ

3.สเก็ตแบบร่างหรือแบบแปลนคร่าวๆ
เมื่อเรียนรู้เรื่องรูปแแบบ โทนสี เฟอร์นิเจอร์ ได้ทั้งหมดแล้ว ก็ลองสเก็ตแบบแปลนง่ายๆ โดยวัดขนาดห้อง
มาใช้ตลับเมตรหรือสายวัดๆเอาค่ะ และลองใส่เฟอร์นิเจอร์ที่เราต้องการลงไปในแบบโดยกะสัดส่วนขนาดให้
ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด ใช้สเกล1:100 หรือ 1:200 ก็ได้ค่ะ การร่างแบบแปลนจะช่วยให้เรารู้ว่าจะวาง
อะไรตรงไหน เว้นทางเดินได้พอดีไม่แคบเกินไปและทำให้เรารู้ว่าควรจะตกแต่งของจริงอย่างไรได้ง่ายขึ้นค่ะ
ถ้ามีสีอาจลองลงสีดู และหากเขียนภาพทัศนียภาพหรือPerspectiveเป็นก็ลองสเก็ตแต่ละมุมคร่าวๆดู
ลองลงสีดูง่ายๆ จะได้รู้ว่าของจริงจะออกมาเป็นอย่างไร จะได้แก้ไขให้ถูกใจก่อนไปซื้อหาอุปกรณ์เฟอร์
นิเจอร์มาตกแต่งจริงค่ะ ขั้นตอนนี้ถ้าทำไม่เป็นก็ไม่เป็นไรค่ะ ผ่านไปได้เลย อาศัยจินตนาการจากในสมองเอา
เลยค่ะ แต่อย่างน้อยต้องมีแปลนนิดหน่อยนะคะ

4.จดรายการของและวัสดุที่จะใช้
จะใช้อะไร ลิสต์รายการของที่จะซื้อเพิ่มเติม จดรูปแบบคร่าวๆเช่นโคมไฟสีแดง ม่านผ้าสีเบส สีทาบ้านสีอะไร
พรมสีอะไร หมอนอิง รูปภาพแนวไหน แบบนี้เป็นต้นค่ะ แล้วไปหาซื้อมาจะได้ไม่ขาดตกบกพร่องค่ะ
5.ลงมือจัดบ้านได้เลย ถ้าจะปลี่ยนสีห้องบางจุดก็ทาสีให้เสร็จก่อน จัดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆก่อน
ตามด้วยม่าน พรม โคมไฟ ของตกแต่งเล็กๆน้อยๆ พอจัดเสร็จก็ลองยืนมองดูว่าถูกใจใช่เลยหรือยัง
ย้ายนิดหน่อยให้เหมาะสมถูกใจ แค่นี้ก็ได้ห้องสวยไว้อวดใครๆแล้วค่ะ



วันนี้ เราจะมาดูวิธีการตกแต่งห้องของคุณให้น่าอยู่ด้วยวิธีการง่ายๆ ที่คุณก็ทำเองได้ในวันว่าง ตามมาเลยครับ เริ่มจากห้องนอนก่อนละกันครับ
การ จัดแสง มีบทบาทอย่างมาก ในการตกแต่งห้อง ถ้าต้องการห้องนอนที่เต็มไปด้วย บรรยากาศยามเช้า ที่กระปรี้กระเปร่า ก็ต้องเปิดหน้าต่าง ด้านที่แดดยามเช้า สามารถสาดส่องเข้ามาได้ แล้วปิดไว้ด้วยม่าน 2 ชั้นที่เป็นทั้งม่านทึบ และโปร่งแสง สามารถเปิดออกได้เพื่อปล่อยให้แสงยามเช้า สาดเข้ามาได้ แต่วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ตกแต่งภายใน ควรมีสีและพื้นผิว ที่ทนทานต่อแสงแดด แต่ถ้าต้องการ บรรยากาศที่โรแมนติก เหมือนอยู่ในยาม ค่ำคืนตลอดเวลา ก็ต้องปิดกั้นให้แสงธรรมชาติ เข้ามาในห้องได้น้อยที่สุด

การตกแต่งห้องนอน
บาง คนชอบที่จะตกแต่งห้องนอนโดยการเน้น ที่จุดเด่นของห้องให้อยู่ที่เตียง ดังนั้นจึงมีการเลือกแบบ และตำแหน่งของเตียงเป็นพิเศษ เตียงมีด้วยกัน หลายลักษณะ เช่น เตียงที่มีสี่เสา เตียงเหล็กหล่อ แบบเก่า เตียงแบบโบราณ เตียงทองเหลืองเตียงไม้ และเตียงไม้แกะสลัก เป็นต้น การเพิ่มสีสันให้กับเตียง ด้วยการตกแต่ง โดยใช้ผ้าโทนสีนุ่มนวลละมุนตา มาทำเป็นหมอนอิง ผ้าคลุมเตียง และม่าน ซึ่งผ้าที่ใช้นั้น อาจจะมีลวดลายที่เหมือนกัน หรือจะเป็นลวดลาย ที่เข้ากันได้

นอก จากนั้นอุปกรณ์อย่างอื่นยังสามารถช่วย ให้การจัดห้องนอนดูสมบูรณ์ขึ้นได้ คือ พรมปูหน้าเตียง ภาพตั้งบนโต๊ะข้างเคียง โคมไฟซึ่งมีทั้งแบบตั้ง และแบบแขวนที่สามารถปรับแสงได้ เป็นต้น
แต่ถ้าใครไม่ต้องการตกแต่งโดยให้เตียงนอน สะดุดตา ก็สามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น การกั้นบริเวณ ที่วางเตียง โดยใช้เฟอร์นิเจอร์ หรือผนังเตี้ยๆ หรือจะเลือกใช้เตียงแบบเรียบๆ ที่มีขนาดเล็ก และสามารถพับเก็บได้ วิธีเก็บของที่ง่ายที่สุด คือ การทำชั้นวางของ ห้องนอนที่มีลักษณะแคบและยาว ควรสร้างชั้นวางของ ไว้ที่ปลายด้านหนึ่ง ของห้องด้านล่างจัดเป็นโต๊ะทำงาน มีลิ้นชัก สิ่งของที่วางบนชั้น ควรจะเป็นส่วนหนึ่ง ของการจัด ตกแต่งห้องด้วย
นอกจากการทำชั้นวางของแล้ว เตียงนอนก็เป็นจุดหนึ่ง ที่เราควรจะนำมาพิจารณา เนื่องจากใต้เตียง อาจจะมีเนื้อที่ ใช้เก็บของได้ โดยทำลิ้นชักติดเข้าไป ใต้เตียง และควรเจาะรูระบายอากาศ เอาไว้ด้วย หรืออาจจะทำได้ อย่างง่ายๆ โดยการวางกล่องที่ติดล้อ ให้เลื่อนได้ง่าย สำหรับเสียง 2 ชั้นที่ใช้ในวัยเด็กนั้น ควรเลือกซื้อ แบบที่มีระบบ ไม่ติดถาวรตายตัว เพราะจะได้ดัดแปลง เป็นเตียงเดี่ยวได้ และใช้พื้นที่ ใต้เตียง เป็นที่เก็บของ ได้ในตัว
แหล่งที่มา : http://forums.212cafe.com/siam/board-11/topic-1.html
Tags: ตกแต่ง, บ้าน
Posted in Home & Decor | No Comments »