สิ่งที่ควรรู้เมื่อคิดต่อเติมบ้าน

8 กรกฎาคม 2009

สิ่งที่ควรรู้เมื่อคิดต่อเติมบ้าน

การ ต่อเติมบ้านอยู่อาศัยกับคนไทย เป็นของคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร เหตุเพราะชาวสยามเมืองยิ้มส่วนใหญ่ มีหัวคิดในเชิงสร้างสรรค์ติดตัว มาตั้งแต่อ้อนแต่ออกแทบทุกคน อีกประการพวกเราชาวขวานทอง นิยมชมชอบที่จะให้ลูกๆหลานๆพักรวมกันกับพ่อแม่ปู่ย่าตายาย อยู่ภายในบริเวณรั้วรอบเดียวกัน ส่งผลให้ต้องขยับขยายเนื้อที่บ้านเพิ่มขึ้นทุกระยะ ตามความเจริญเติบโตของสมาชิกในครอบครัว ว่ากันว่าหมู่บ้านจัดสรรที่เห็นผุดขึ้นที่โน่นที่นี่ไม่เว้นแต่ละวันนั้น ไม่ว่าจะตั้งอยู่ซอกมุมไหนของประไทย มีผู้คนช่างสังเกตเคยจัดทำสถิติเอาไว้ว่า จะมีการตกแต่งต่อเติมกว่า 300% แทบทุกโปรเจ็กต์ หรือจะว่าไปทุกๆหลังคาเรือนจะขยับขยายเนื่อที่เพิ่มอย่างน้อยๆสามครั้งสามครา
ครั้งที่หนึ่ง “นับตั้งแต่วันแรกที่รับโอน จะทุบพื้นที่จอดรถ ขยายหลังคาเทพื้นใหม่ ”
ครั้งที่สอง “เมื่ออยู่ไปได้ซักระยะปีสองปี จะทำการว่าจ้างผู้รับเหมาต่อเติมห้องครัวออกไปทางด้านข้างๆ หรือ ด้านหลัง”
ครั้งที่สาม ” เมื่อบุตรหลานแต่งงานแต่งการพ่อแม่จะติดต่อสถาปนิกออกแบบห้องหอเพิ่มเป็นของขวัญ”
นี่ ยังไม่นับรวมกรณีอยู่ๆไปหัวหน้าครอบครัว หรือคนเฒ่าคนแก่ แข้งขาอ่อนแรงเดินขึ้นบันไดไม่ไม่ไหว จำต้องใช้พื้นที่ว่างๆ บริเวณชั้นล่างของบ้าน ตกแต่งดัดแปลงสำหรับเป็นที่หลับที่นอนเพิ่มขึ้นอีกห้อง ว่าก็ว่าเถอะ การต่อเติมทั้งสามครั้งสามคราส่วนใหญ่มักจะผิดกฎเทศบัญญัติแทบทั้งนั้น และไม่มีใครห้ามใครในเรื่องนี้ได้หรอกนะ เพราะเข้าตำรา “ใช่เฉพาะเขาตัวเราก็เป็นเหมือนกัน” แม้คุณเองก็เหอะน่า เพียงทุกครั้งที่ทำการตกแต่งต่อเติมบ้าน โปรดคำนึงถึงกฎกติกามารยาทอย่างน้อยๆ 3 ประการ
หนึ่ง “ระเบียบเทศบัญญัติของรัฐ”
สอง “ธรรมนูญข้อบังคับของหมู่บ้าน และ หรือของคอนโดฯ ลอยฟ้า”
สาม ” ความเดือดร้อนรำคาญของเพื่อนร่วมซอย”
อย่างแรกโปรดระลึกเสมอว่า “กฎระเบียบเทศบัญญัติ” กองควบคุมอาคารเขากำหนดเรื่องการก่อสร้างและต่อเติม ทั้งบ้านเดี่ยว ทั้งบ้านแถวหรือทาวน์เฮ้าส์เอาไว้หลายรายการ

กรณีบ้านเดี่ยวชั้นเดียวหรือสองถึงสามชั้นจะต้องเป็นไปตามหลักสำคัญ 5-6 ประเด็น ดังต่อไปนี้ “จะต้องเว้นที่ว่าง 30%”
” หน้าต่าง และริมระเบียง จะต้องห่างเขตที่ดินอย่างน้อยๆ 2 เมตร” ความสูงจะต้องไม่เกินสามชั้น และมีพื้นที่ไม่เกิน 300 ตารางเมตร”
” ต้องถอยร่นแนวจากศูนย์กลางถนนสาธารณะ 3 เมตร” “ต้องอยู่ห่างจากอาคารอื่นไม่น้อยกว่า 4 เมตร (กรณีสูงไม่เกิน 9 เมตร) และ 6 เมตร (กรณีมีความสูงเกิน 9 เมตรขึ้นไป)” “ความสูงต่อชั้น 2.60 เมตร”
สำหรับทาวน์เฮ้าส์และตึกแถวนั้น มีระเบียบกฎเกณฑ์ 6-7 ประเด็นเช่นกัน คือ
” ต้องมีที่ว่างด้านหลังอาคาร 2 เมตร ด้านหน้าอาคาร 3 เมตร และข้างอาคารทั้ง 2 ด้าน 2 เมตร” “จะต้องถอยร่นแนวอาคารจากศูนย์กลางสาธารณะ 6 เมตร”
” กรณีไม่ติดถนนสาธารณะต้องมีที่ว่างหน้าอาคารไม่น้อยกว่า 6 เมตร” “ก่อสร้างได้สูงไม่เกิน 3 ชั้น” มีความสูงต่อชั้น 2.60 เมตร”
” ความกว้างของห้องนอนไม่น้อยกว่า 2.50 เมตร หรือไม่น้อยกว่า 8 ตารางเมตร ยาวไม่เกิน 24 เมตร”
” ความกว้างของอาคารจะต้องไม่น้อยกว่า 4 เมตร และยาวไม่เกิน 24 เมตร และมีพื้นที่ชั้นล่างไม่น้อยกว่า 24 ตารางเมตร”
สำหรับ การคำนึงถึงระเบียบอย่างที่สองคือ ” ธรรมนูญข้อบังคับของหมู่บ้านและคอนโดฯ” ซึ่งถือเป็นกฎระเบียบการอยู่อาศัยร่วมกันนั้น มีหลากหลายโครงการใคร โครงการมัน ส่วนใหญ่สาระสำคัญในประเด็นหลักๆ มักจะคล้ายกัน ผมจะหยิบยกตัวอย่างของโครงการหนึ่งให้ดู เขากำหนดกฎกติกา เมื่อบ้านหลังใดทำการตกแต่งต่อเติมเอาไว้อย่างงี้ครับ
” ห้ามทำงานในวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์” “ห้ามทำงานก่อนเวลา 08.00 น. และหลังเวลา 17.00 น.” “ห้ามคนงานพักอาศัยภายในบ้านที่มีการตกแต่งต่อเติม”
” ห้ามวางวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างและทำงานบริเวณถนนและทางเท้า” “ห้ามจอดรถบรรทุกวัสดุอุปกรณ์กีดขวางทางจราจร”
” ห้ามนำเศษวัสดุก่อสร้างก่อสร้างและขยะกองทิ้งหรือพักรอบริเวณถนนและทางเท้า”
” ห้ามตากเสื้อผ้าบนหรือนอกรั้วบ้าน”
” ห้ามคนงานผู้รับเหมานำสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงที่ก่อความรำคาญมาเลี้ยงในหมู่บ้าน”และ “ห้ามคนงานของผู้รับเหมาดื่มสุราหรือของมึนเมาในบริเวณบ้านที่ตกแต่งต่อเติม”ฯลฯ
ส่วน ประการที่สาม คือ “ความเดือดร้อนรำคาญของเพื่อนร่วมซอย” ทุกครั้งที่ว่าจ้างผู้รับเหมาต่อเติมบ้าน โปรดคำนึงและดูแลควบคุมในปัญหาหลักๆ 2-3 ประเด็นต่อไปนี้
เรื่อง แรก คือ “เสียง” การทุบ เจาะและไสไม้อย่าให้ดังเกินควร กรุณาหามาตรการการป้องกัน ประเด็นที่สอง “ความสะอาด” ทั้งฝุ่นและเศษวัสดุก่อสร้างจะต้องหาหนทางกำจัดมิให้ลอยคละคลุ้ง และหรือปลิวว่อนไปสู่บ้านใกล้เรือนเคียง และเรื่องที่สาม คือ “ตำแหน่ง ที่ตั้งวางอุปกรณ์ปลูกสร้าง” ประเภทอิฐ หิน ปูน และทราย ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรจะเทกองอยู่บนถนนหรือฟุตปาธทางเท้า เหมาะที่สุดต้องจัดเตรียมพื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งในบริเวณรั้วบ้านของเราเอง เป็นที่วางตั้ง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะถนนซอยส่วนใหญ่มักจะแคบๆ ขืนเอาวัสดุอุปกรณ์ไปกองไว้การนำรถราเข้าๆ ออกๆ ของเพื่อนบ้านจะไม่สะดวกเท่าที่ควร อีกอย่างอาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กตัวเล็กๆ ที่กำลังอยู่ในวัยซุกซนอีกด้วย
เหอะ… แม้มาตรการป้องกันความเดือดร้อนรำคาญของเพื่อนร่วมซอย อันเนื่องมาจากการตกแต่งต่อเติมบ้านของเราไม่ได้มีบทบัญญัติเอาไว้อย่าง ชัดเจนทุกกรณี แต่ทางที่ถูกที่ควรก่อนตกลงมอบหมายให้ผู้รับเหมาลงมือดำเนินงาน ควรจะเดินไปเคาะประตูเพื่อนบ้านเพื่อบอกเล่าเก้าสิบให้รับรู้เสียก่อนจะ เหมาะที่สุด จะบอกให้…โดยอุปนิสัยชาวสยามเมืองยิ้มล้วนมีจิตใจโอบอ้อมอารีแทบทุกคน ยิ่งกรณีบอกกล่าวล่วงหน้าเอาไว้เสียตั้งแต่ยังไม่เกิดเรื่องราว หนักนิดเบาหน่อยอภัยกันได้อยู่แล้ว ในบางประเทศเขาถือเป็นเรื่องใหญ่มีกฎหมายควบคุมเข้มงวดกวดขันและเอาจริงเอา จัง อย่างเช่นออสเตรเลียอย่าว่าแต่เฉพาะตกแต่งต่อเติมบ้านเลย แม้ตัดต้นไม้ในบริเวณรั้วบ้านยังต้องขออนุญาตต่อเทศบาล และขอประชามติเห็นชอบจากเพื่อนร่วมซอยเสียก่อนจึงจะตัดโค่นได้สักต้น บอกเล่าเก้าสิบให้รู้กันอย่างงี้แล้ว ใครยังขืนต่อเติมบ้านผิดกฎหมาย และหรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้พักอาศัยข้างเคียงอยู่อีกล่ะก็ อาจจะถูกเพื่อนร่วมซอยฟ้องร้องดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายเอานะจะบอกให้

แหล่งที่มาข้อมูล :  บริษัท โฟร์พัฒนา จำกัด


บ้านเพื่อสุขภาพ Healthy Home Healthy Living

7 กรกฎาคม 2009

บ้านเพื่อสุขภาพ Healthy Home Healthy Living

แนว คิดในเรื่องของบ้านเพื่อสุขภาพ เป็นสิ่งที่นักออกแบบตกแต่งตลอดจนคนรักบ้านทั้งหลายในยุคนี้ให้ความสำคัญ อย่างมาก เพราะบ้านที่ตกแต่งอย่างสวยงามหรูหรา…ใช่ว่าจะทำให้อยู่สบายและอยู่อย่าง มีสุขภาพดีได้เสมอไป หัวใจสำคัญของบ้านเพื่อสุขภาพขึ้นอยู่ที่ว่า เราจะจัดบ้านอย่างไรให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพแข็งแรงสดใส ทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ

หลักง่ายๆ ของการจัดบ้านเพื่อสุขภาพก็คือ

ห่างไกลจากมลพิษ…เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ…สะอาด โปร่งสว่าง เรียบง่าย สบายตา ฟังดูก็เหมือนจะรู้ๆ กันอยู่แล้วใช่ไหมคะ

แต่ในชีวิตจริง เรามักจะหลงลืมหรือมองข้ามหลายสิ่งหลายอย่างไปอย่างไม่น่าเชื่อ

เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

มอง ไปรอบตัว คุณจะพบว่าเส้นใยและวัสดุสังเคราะห์ต่างๆ ที่ใช้ทำอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน สีและกาวที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ล้วนมีส่วนผสมของสารเคมี อย่างเช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซิน ทินเนอร์ ซึ่งเป็นสารเคมีอันตรายที่สามารถปนเปื้อนอยู่ในอากาศที่เราหายใจ แม้ว่าการติดเครื่องกรองอากาศอาจช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาคุณภาพอากาศก็คือ การออกแบบบ้านให้มีการระบายถ่ายเทอากาศที่ดี และพยายามลดและเลี่ยงการใช้วัสดุสังเคราะห์ให้น้อยลง โดยหันมาเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติให้มากที่สุด

- ของใช้ของตกแต่งในบ้านเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติและเส้นใยธรรมชาติ เช่น ฝ้าย ลินิน แทนวัสดุและเส้นใยสังเคราะห์

- จัดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านให้โปร่ง โล่ง ให้อากาศระบายถ่ายเทได้ดี

- ติดตั้งพัดลมดูดอากาศในครัว

- ห้องน้ำควรมีหน้าต่างที่อากาศระบายถ่าย เทได้ดี และควรแยกส่วนเปียกส่วนแห้งอย่างเป็นสัดส่วน เพื่อลดความอับชื้นอันเป็นบ่อเกิดของเชื้อรา

- เพื่อความมั่นใจในคุณภาพของน้ำที่เราใช้แปรงฟันบ้วนปาก ล้างหน้า ควรติดตั้งระบบกรองน้ำสำหรับน้ำก๊อกในห้องน้ำ เพื่อกรองสารโลหะหนักอย่างตะกั่ว สนิมเหล็ก ตลอดจนเชื้อแบคทีเรียต่างๆ

- ทำความสะอาดคราบไขมันในครัวโดยใช้สารธรรมชาติ อย่างน้ำส้มสายชู น้ำมะนาว

- เลือกใช้สารทำความสะอาดบ้านที่ไม่มีสารพิษ ไม่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงและไม่ติดไฟ

- ปลูกต้นไม้ที่มีคุณสมบัติช่วยดูดสารพิษอย่างมีประสิทธิภาพไว้ในบ้าน เช่น เยอบีร่า เขียวหมื่นปี เศรษฐีเรือนใน หมากเหลือง เดหลี วาสนาอธิษฐาน กล้วยไม้สกุลหวาย และบอสตัสเฟิร์น

หลีกเลี่ยงสิ่งที่บั่นทอนพลังชีวิต

โลก อันทันสมัยล้ำยุค เต็มไปด้วยคลื่นที่สับสนวุ่นวาย ซึ่งได้แก่ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เตาไมโครเวฟ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสารพัดชนิด คลื่นเหล่านี้ถาโถมใส่ตัวเราอยู่ทุกวินาที นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาผลกระทบจากความถี่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (electromagnetic หรือ EMS) และพบว่าคลื่นดังกล่าวมีผลต่อระดับแคลเซียมในสมองของมนุษย์เรา และรบกวนการเจริญเติบโตตลอดจนการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ผลการศึกษายังพบด้วยว่า ความถี่ของคลื่น EMS ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น ภาวะประจำเดือนไม่ปกติ การเกิดมะเร็งในเม็ดโลหิตขาวในวัยเด็ก มะเร็งสมอง และมะเร็งอีกหลายชนิด แม้ผลการวิจัยจะยังไม่มีข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมถึงความเสี่ยงเหล่านี้ แต่ก็ทำให้คนรักสุขภาพตระหนักถึงภัยจากเทคโนโลยีเหล่านี้ ที่คุกคามสุขภาพของเราอยู่ใกล้แค่ปลายจมูกนี่เอง

บ้านเพื่อสุขภาพ จึงแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากสิ่งคุกคามสุขภาพภายในบ้าน ดังนี้…

- วางโทรทัศน์ให้ห่างจากบริเวณที่นั่ง อย่างน้อย 5 ฟุตขึ้นไป

- ไม่ควรวางโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือไว้ในห้องนอน

- หลีกเลี่ยงการใช้เตียงที่มีโครงทำด้วยโลหะ เพราะโลหะคือสื่อนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

- ไม่ควรยืนใกล้เตาไมโครเวฟขณะเปิดใช้งาน หากเป็นไปได้ควรลดการใช้ไมโครเวฟลงให้น้อยที่สุด

สะอาด เรียบง่าย สบายตา

ฝุ่น ละอองและไรฝุ่น คือสาเหตุสำคัญของโรคภูมิแพ้ซึ่งเป็นโรคยอดฮิตของคนในยุคนี้ บ้านเพื่อสุขภาพจึงต้องเป็นบ้านที่ดูแลง่าย สะอาดปราศจากฝุ่นละออง มีความโปร่งโล่ง สว่างด้วยแสงธรรมชาติ

- ผ้าม่าน ปลอกหมอนอิง ผ้าหุ้มเบาะ ไม่ควรใช้ผ้าหนาๆ หนักๆ ที่เก็บฝุ่นได้ดี ควรเลือกใช้ผ้าที่ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่เก็บฝุ่น

- หลีกเลี่ยงการปูพรมเต็มห้องเพื่อเลี่ยงปัญหาเรื่องฝุ่น หากต้องการปูพรม ให้เลือกพรมชิ้นและปูเฉพาะจุด จะดูแลได้ง่ายกว่า

- พื้นบ้าน ควรเป็นพื้นผิวเรียบๆ เช่น พื้นกระเบื้อง พื้นหิน พื้นไม้ ซึ่งไม่เก็บฝุ่น ทำความสะอาดได้ง่าย

แสงธรรมชาติกับความรื่นรมย์

แสง ธรรมชาติช่วยสร้างวิตามิน D ให้กับร่างกาย กระตุ้นฮอร์โมนและระบบภูมิชีวิต บ้านเพื่อสุขภาพจึงเน้นการเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้านเพื่อลดการใช้ พลังงานไฟฟ้าลง อย่างเช่น บ้านสบายของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซึ่งใช้กระจกเขียวตัดแสงมาช่วยกรองความร้อนที่มากับแสงอาทิตย์ ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ภายในบ้านได้รับแสงธรรมชาติที่นุ่มนวล เหมาะกับบรรยากาศการอยู่อาศัย

ความเขียวชอุ่มของต้นไม้ช่วยหล่อ เลี้ยงจิตวิญญาณแห่งการได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และมอบพลังแห่งชีวิตให้กับมนุษย์ เพิ่มความน่าอยู่ให้ภายในบ้านของคุณด้วยการปลูกพรรณไม้หอม และใช้น้ำมันหอมระเหยที่ทำจากสมุนไพรที่ระเบียงหรือหน้าต่างที่มีลมพัดผ่าน แขวนกระดิ่งลมสร้างบรรยากาศอันน่าพักผ่อนและแสนสุขสงบให้กับบ้านของคุณ


แหล่งที่มา :  คอลัมน์ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย และ www.fourpattana.com


เทคโนโลยี Smart Home เติมความอัจฉริยะให้บ้านยุคใหม่

7 กรกฎาคม 2009

เคยไหมที่เราต้องกลับบ้านดึกอยู่เป็นประจำ ไปปฏิบัติหน้าที่ตามต่างจังหวัดเป็นเวลานานๆ แล้วมีความรู้สึกเป็นห่วงบ้าน เป็นห่วงต้นไม้ที่ไม่มีใครดูแลรดน้ำ หรือเป็นห่วงความปลอดภัยของสมาชิกในบ้าน

เชื่อว่าตัวอย่างที่ยกขึ้นมานั้น คงโดนใจหลายๆ คนจากความกังวลดังกล่าว หากมีระบบหรือเทคโนโลยีอะไร…สักอย่างที่ช่วยให้เราสามารถสั่งเปิด-ปิดไฟบริเวณรั้วบ้าน ไฟแสงสว่างบางจุดภายในบ้านในช่วงเวลากลางคืน

เปิด-ปิด sprinkle สำหรับรดน้ำต้นไม้

หรือแม้กระทั่งช่วยให้เราสามารถมองเห็นสภาพของบ้าน หรือสมาชิกในครอบครัวของเรา จึงขอแนะนำเทคโนโลยี smart home เพื่อเติมความอัจฉริยะให้กับบ้านคุณโดยปัจจุบันนี้ความก้าวหน้าทางวิทยาการต่างๆ ได้มีส่วนเข้ามาช่วยแก้ปัญหาที่กล่าวมา ประกอบกับเริ่มเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะเรียกว่ากลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตเราเลยก็ว่าได้ ดังจะเห็นได้จากอัตราการใช้อุปกรณ์ไอที คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ เราสามารถสั่งเปิด-ปิดไฟแสงสว่าง หัวฉีดน้ำ sprinkle เพื่อรดน้ำต้นไม้ในสวน หรือเปิด-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ภาย ในบ้านของเราผ่านเครื่องโทรศัพท์ธรรมดาจากที่ทำงานหรือเครื่องโทรศัพท์มือ ถือรวมทั้งยังสามารถทราบได้ว่ามีคนบุกรุกเข้ามาในบ้านของเรา ด้วยระบบรักษาความปลอดภัย และแจ้งเตือนมายังมือถือของเรา
จากตัวอย่างที่ยกมาจะพบว่าระบบ “สมาร์ตโฮม” ไม่ใช่แค่การหยิบอุปกรณ์เป็นชิ้นๆ มาติดตั้งแล้วเป็นอันว่าเสร็จ หรือจะต้องเลือกเฉพาะอุปกรณ์ที่มีราคาแพงเท่านั้นมาใช้อีกต่อไป การเลือกระบบสมาร์ตโฮมจะต้องคำนึงถึงความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยแต่ละคน รวมถึงการเชื่อมต่อระบบต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความกลมกลืน ใช้งานง่าย ที่สำคัญต้องใช้ประโยชน์ได้ทุกวัน และมีส่วนช่วยยกระดับให้การอยู่บ้านมีความสุข ความปลอดภัย มีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นบนต้นทุนที่เหมาะสม เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เจ้าของบ้านและสมาชิกทุกคนที่อาศัยอยู่ในบ้าน
smart home สามารถทำบ้านให้เป็นบ้านอัจฉริยะ ซึ่งประกอบไปด้วย
ระบบโฮมออโตเมชั่น (home automation) อาทิ สั่งงานเปิด-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทางโทรศัพท์
ระบบควบคุมไฟฟ้าแสงสว่าง (lighting control) สามารถสร้างบรรยากาศในบ้านด้วยการควบคุมแสงสว่าง
ระบบสื่อสาร (communication system) รองรับการเชื่อมต่อ hi speed internet ความเร็วสูง CATS


ระบบความปลอดภัยภายในบ้าน (home security system) รักษาความปลอดภัยพร้อมระบบเตือนภัย siren และ infrared ทั้งป้องกันผู้บุกรุกและป้องกันอัคคีภัย
นับจากวันนี้ไประบบสมาร์ตโฮมจะเริ่มเข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมืองในปัจจุบันมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากความต้องการยกระดับให้ชีวิตสะดวกสบายและปลอดภัย…

ขอบคุณแหล่งข้อมูล :   บ.โฟร์พัฒนาอินทีเรีย จก. และพนา ๑,๐๐๐ เมืองต้นไม้



เชื่อว่าตัวอย่างที่ยกขึ้นมานั้น คงโดนใจหลายๆ คนจากความกังวลดังกล่าว หากมีระบบหรือเทคโนโลยีอะไร…สักอย่างที่ช่วยให้เราสามารถสั่งเปิด-ปิดไฟบริเวณรั้วบ้าน ไฟแสงสว่างบางจุดภายในบ้านในช่วงเวลากลางคืน


จัดระเบียบบ้านให้น่าอยู่ ไม่ยากอย่างที่คิด

7 กรกฎาคม 2009

อุปสรรคสำคัญต่อโปรเจ็กต์แต่งบ้านสวยด้วยตัวเอง หรือเมื่อคิดจะลงมือจัดระเบียบใหม่ให้กับบ้าน มักมาจากการลังเลไม่แน่ใจที่จะต้องเจาะติดสิ่งประดับต่างๆ บนกำแพงบ้าน หรือเฟอร์นิเจอร์ ให้เกิดอาการด่างพร้อย กลัวติดแล้วไม่ถูกใจ ไม่ดี ไม่อยากทิ้งร่องรอยประวัติศาสตร์ให้ช้ำใจ

ปัจจุบันมีนวัตกรรมเทปสองหน้าชนิดที่ติดแล้วดึงออกได้แบบไร้ร่องรอยบนพื้นผิวช่วยให้ไอเดียจัดบ้านของคุณเป็นจริงง่ายขึ้น ลองทำตามคำแนะนำในคอลัมน์ “Tip Box No.12″ ในหนังสือ “Innovation” Out of the Box “กลเม็ด เคล็บลับนวัตกรรม” ของบริษัท 3 เอ็ม ประเทศไทย จำกัด ดูก็ได้

เติมสีสันให้ครัวคุณ

เติมสีสันสดใสในห้องครัวได้อย่างง่ายดายเพียงนำตะขอดีไซน์เก๋ติดเรียงกันให้เป็นระเบียบ แล้วนำผ้าขนหนูในห้องครัวหลากสีสันมาแขวนเรียงกัน เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ห้องครัวธรรมดาดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที หรือจะติดภาพผลงานศิลปะสร้างสรรค์โดยลูกๆ หรือตัวคุณ ปฏิทิน ไม่ว่าจะที่บานตู้ครัว ตู้เย็น หรืออาจหาตะขอขนาดกลางและใหญ่มาติดเพื่อแขวนอุปกรณ์ครัว ตะหลิว ทัพพี แทนการติดตั้งราวแขวนซึ่งยุ่งยากและราคาแพง

จัดระเบียบสายไฟ
สารพัดสายไฟ ไม่ว่าโทรทัศน์ ดีวีดี เครื่องเสียง โทรศัพท์ โคมไฟ คอมพิวเตอร์ สายต่อ มักถูกทิ้งพันกันรุงรังอยู่ตามหลังตู้ ชั้นวาง อันกลายเป็นซอกเก็บฝุ่นที่มักทำความสะอาดไม่ทั่วถึง อีกทั้งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ลองมองหาอุปกรณ์ประเภทคลิปยึดสายไฟติดผนัง โดยนำคลิปดังกล่าวมาร้อยสายไฟให้เป็นเส้นติดเข้ากับฝาผนังหลังตู้ หรือชั้นวางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นระเบียบ

เพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้บ้าน

ไม่ว่าจะเป็นด้านในบานตู้เสื้อผ้าตู้ครัว หรือหลังประตูห้องนอน ห้องน้ำ ในลิ้นชัก คุณอาจหาตะขอแขวนโดยเลือกขนาดให้เหมาะสมกับการรับน้ำหนักที่ต้องการใช้งานมาติด เช่น ติดด้านในตู้เสื้อผ้าเพื่อแขวนเข็มขัด กระเป๋า เนกไท หมวก ทำที่แขวนกุญแจ ในลิ้นชัก ฝาในตู้หรือข้างตู้เย็น เพื่อให้หยิบง่ายขึ้น หรือจะติดตะขอสักอันหลังประตูหรือหน้าตู้เสื้อผ้าเพื่อแขวนชุดทำงานที่เตรียมไว้สำหรับวันพรุ่งนี้

แหล่งที่มาข้อมูล :  คอลัมน์ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย


The OfficePod, work from home

7 กรกฎาคม 2009

01

02

03

04

05

06

The OfficePod, work from home

สิ่งนี้คือ ห้องทำงานที่มีขนาดเล็ก ออกแบบออกมาแบบนี้ ทำให้เวลาเราทำงาน ได้มีเวลาใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น

การประกอบวัสดุอุปกรณ์ได้ไม่ยาก สวยงาม กะทัดรัด เหมาะสำหรับคนที่โดนแฟนไล่ให้ไปนั่งทำงานที่อื่น ในยามที่เธอรำคาญ ^^

แต่เราคิดว่า จะทำไงให้อากาศหมุนเวียน ในเมื่อห้องมันเล็กนิดเดียว

ใครสนใจอยากเป็นเจ้าของ เชิญไปเว็บเจ้าของสิ่งนี้ได้ที่  http://www.officepod.co.uk/

http://meetjoeblog.net/2009/04/16/the-officepod-work-from-home/